วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ภาวะโลกร้อนเกิดจาก...

สาเหตุที่ทำให้เกิดโลกร้อน
ดังที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้นแล้วว่า ตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ภาวะโลกร้อนในทุกวันนี้ก็คือ
ก๊าซเรือนกระจกแต่ตัวการที่สำคัญกว่านั้น คือตัวการทำก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ก็คือมนุษย์นั่นเอง กิจกรรมที่มนุษย์คิดค้น, สร้าง, กระทำต่อโลกอย่างต่อเนื่องมานับร้อย ๆ ปี ได้ส่งผลกับมนุษย์ และธรรมชาติแล้วในวันนี้
ก๊าซเรือนกระจก กับภาวะโลกร้อน
ความร้อนที่มีอยู่ในโลกมาจากหลายปัจจัย แต่ที่สำคัญคือดวงอาทิตย์ ซึ่งแผ่ความร้อนลงมายังโลกในรูปของรังสีคลื่นสั้น (รังสีอัลตราไวโอเลต) อีกปัจจัยหนึ่งคือ ลักษณะของผิวโลกที่มีคุณสมบัติดูดซับหรือสะท้อนความร้อนที่ได้รับจากดวงอาทิตย์แตกต่างกัน และสุดท้ายคือปริมาณก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse gases) รวมถึงอนุภาคฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เรียกว่าแอโรโซล (aerosol) ในชั้นบรรยากาศ
ประมาณ 1 ใน 3 ของรังสีความร้อนที่ส่งมาจากดวงอาทิตย์จะถูกสะท้อนกลับโดยบรรยากาศในชั้นสูง ๆ ก่อนที่จะมาถึงโลก เฉพาะส่วนที่ลงมาถึงโลกนั้น ประมาณ 2 ใน 3 จะถูกโลกดูดซับเอาไว้ และอีก 1 ใน 3 จะสะท้อนออกไปจากโลกในรูปของรังสีคลื่นยาว (รังสีอินฟาเรด) โดยปกติแล้ว พื้นที่โลกที่ปกคลุมด้วยหิมะหรือน้ำแข็งจะสะท้อนความร้อนออกไปได้ดี และสะท้อนได้มากกว่าบริเวณอื่น ฝืนน้ำในมหาสมุทรสะท้อนได้ดีกว่าพื้นดิน

รังสีความร้อนที่สะท้อนออกไปจากส่วนต่าง ๆ ของผิวโลกนั้นส่วนหนึ่งจะทะลุออกไปสู่อวกาศ แต่อีกส่วนหนึ่งจะถูกก๊าซเรือนกระจกที่มีอยู่ในบรรยากาศของโลกดูดซับเอาไว้ ความร้อนที่ถูกดูดซับเอาไว้นี้จะสะท้อนไปทุกทิศทาง รวมทั้งสะท้อนกลับลงมายังโลกด้วย กระบวนการทั้งหมดนี้มีส่วนทำให้อุณหภูมิของโลกอุ่น และค่อนข้างคงที่อยู่ได้
ถ้ารังสีความร้อนส่วนที่สะท้อนออกไปจากโลก ทะลุออกไปสู่อวกาศได้ทั้งหมด อุณหภูมิของโลกจะหนาวเย็นเกินไป ไม่เหมาะสำหรับการเป็นอยู่ของสิ่งมีชีวิต แต่ถ้าทะลุออกไปได้น้อย เพราะส่วนใหญ่ถูกก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศที่มีอยู่หนาแน่นเกินไปสะท้อนกลับลงมายังโลกอีก ความร้อนก็จะสะสมอยู่ในโลกมากขึ้น ๆ ปรากฏการณ์เช่นนี้ในระยะยาวจะทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยโลกสูงขึ้น ตรงนี้แหละคือที่มาของภาวะโลกร้อนที่กำลังเป็นที่วิตกกังวลกันอยู่ในเวลานี้ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่า
ระบบสะท้อนความร้อนของโลกกำลังเริ่มติดขัด และอุณหภูมิโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่ทำให้เกิดการติดขัดนั้นนักวิทยาศาสตร์พบว่า คือปริมาณก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศที่เพิ่มขึ้นมากผิดปกติ นับแต่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรม เป็นต้นมา
ความร้อนที่เกิดขึ้นในลักษณะที่กล่าวข้างต้น สามารถอธิบายได้แบบเดียวกับความร้อนที่เกิดในเรือนกระจก (greenhouse) สำหรับปลูกพืชผักในหน้าหนาวของคนในแถบเขตหนาวของโลก มวลก๊าซเรือนกระจกอันหนาแน่นในบรรยากาศของโลกนั้น ทำหน้าที่คล้ายผ้าห่มพลาสติกที่เขาใช้คลุมเรือนกระจกสำหรับปลุกพืชเพื่อกันความร้อนที่แผ่ขึ้นมาจากผิวดินไม่ให้ทะลุผ่านออกไปทั้งหมด นักวิทยาศาสตร์เรียกปรากฏการณ์ที่ทำให้เกิดความร้อนเช่นนี้ว่าปรากฏการณ์เรือนกระจก” (greenhouse effect) และเรียกก๊าซที่ห่อคลุมโลกไว้ และเป็นตัวสะท้อนความร้อนกลับลงมายังโลกนี้ว่า ก๊าซเรือนกระจก” (greenhouse gases) ยิ่งมีก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศของโลกหนาแน่นมากเท่าไร อุณหภูมิของโลกก็ยิ่งจะร้อนขึ้นมากเท่านั้น

ตัวทำลายโอโซนมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลกอย่างมาก นอกจากอากาศบนโลกจะร้อนขึ้นและสุขภาพอนามัย โรคภัยไข้เจ็บ จะตามมาอีกมาก การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองเพื่อมีชีวิตรอด ก็ต้องแสวงหากันอีก นอกจากนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพืชและสัตว์ก็มากด้วย ระบบชีวิตของมันต้องปรับตัวเปลี่ยนแปลง ถึงขั้นสูญพันธุ์ไปเลยก็เป็นได้ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ผลที่จะทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น เพราะก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาจากขั้วโลกกำลังละลายลงมา สู่ทวีปยุโรป และดินแดนที่มนุษย์ อาศัยอยู่ วิเคราะห์กันว่าบริเวณของโลกที่อยู่ในระดับต่ำมากๆ อาจจะ สูญหายไปจากแผนที่โลกเพราะน้ำท่วมหมดสิ้น

หากว่ากันแล้วมนุษย์นี่เองที่เป็นตัวทำลายโอโซน แต่จะบอกว่าใคร ปล่อยมากปล่อยน้อย ไม่ใช่สาระสำคัญ แต่ประเด็นอยู่ที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแลบ้านของตัวเองว่า จุดไหนที่ปล่อยสารพิษทำลายโอโซนต้องช่วยกันทำให้ลดลง เพื่อจะได้อยู่ในโลกนี้ได้ยาวนาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น